คอหวยต้องไม่พลาด “ศาลพ่อปู่เจ้ายี่กอฮง” ศาลลับที่ขอพรโชคลาภกลางเยาวราช

ศาลพ่อปู่เจ้ายี่กอฮง ใกล้ถึงวันที่ 1 และ 16 หลายคนอาจร้อนรนทนไม่ไหว ต้องไปเสาะหาเลขเด็ดไว้เสี่ยงโชคเสี่ยงดวง ซึ่งทุกวันนี้ก็มีเจ้าพ่อเจ้าแม่หลายสำนักใบ้หวยให้เลือกติดตามกันได้ตามอัธยาศัย แต่หลายๆ คนก็ยังใช้วิธีขอหวยแบบคลาสสิกที่อยู่คู่กับคนไทยมานาน นั่นก็คือการขอพรโชคลาภจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง

“ศาลพ่อปู่เจ้ายี่กอฮง” เป็นศาลเจ้าที่เลื่องชื่อในเรื่องของการให้หวย ที่คอหวยต่างศรัทธา แต่ศาลแห่งนี้ถือว่าลึกลับพอสมควร เพราะไม่ได้ตั้งอยู่ริมถนนหรือในตรอกซอกซอย แต่ตั้งอยู่บนชั้น 4 ของอาคารสถานีตำรวจพลับพลาไชย ถนนพลับพลาไชย ย่านเยาวราช กรุงเทพฯ น่าแปลกอยู่สักหน่อยที่ทำไมศาลจึงขึ้นไปตั้งอยู่บน สน. ได้ พ่อปู่เจ้ายี่กอฮงเป็นใคร และทำไมจึงโดดเด่นในเรื่องขอหวย เราจะพาไปดูถึงที่มาของเรื่องนี้กัน

ศาลพ่อปู่เจ้ายี่กอฮง1

ประวัติของศาลเจ้าแห่งนี้เริ่มต้นมาจาก “จีนฮง” หรือ “ยี่กอฮง” ซึ่งข้อมูลจากเว็บไซต์ศิลปวัฒนธรรมระบุไว้ว่า ท่านเป็นลูกจีนเกิดในประเทศสยามในช่วงปลายรัชกาลที่ ๓ บิดาแซ่แต้ เมื่ออายุได้ 8 ขวบ ครอบครัวได้อพยพครอบครัวกลับเมืองจีน จากนั้นเมื่ออายุ 16 ปี ท่านได้อาศัยเรือเดินสมุทรเดินทางกลับมาเผชิญโชคในสยามอีกครั้ง โดยได้เข้าทำงานเป็นเสมียนโรงบ่อนเบี้ยของพระยาภักดีภัทรากร (เหล่าปิง) และเป็นสมาชิกสมาคมลับอั้งยี่ ไต่เต้าจนได้เป็นหัวหน้าของสมาคมในวัยกลางคน โดยได้รับสมญาว่า “ยี่กอฮง” ถือเป็นผู้มีบารมี มีน้ำใจกว้างขวาง ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ถือเป็นผู้มีบทบาทสําคัญในฐานะผู้นําชุมชนจีนในสยาม

ตามประวัติเล่าว่า ท่านยี่กอฮงได้มาปลูกบ้านอยู่ที่ย่านพลับพลาไชย หน้าวัดคณิกาผล และได้ประกอบกิจการค้าหลายอย่าง แต่ที่ได้สร้างฐานะให้ท่านจนรุ่งเรืองก็คือ การเป็นเจ้าภาษี โรงต้มกลั่นสุรา โรงบ่อนเบี้ย และโรงหวยกอขอ โดยมีโรงหวยกอขอยี่กอฮงอยู่บริเวณสามยอด

ศาลพ่อปู่เจ้ายี่กอฮง2

เมื่อมีทรัพย์สินมากมาย ท่านได้บริจาคทรัพย์สินนั้นเพื่อสาธารณประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างถนน สร้างสะพาน สร้างโรงเรียน เช่น สะพานฮงอุทิศ (ย่านบางลำพู) โรงเรียนวัดสะพานสูง (โรงเรียนโยธินบูรณะ) โรงเรียนเผยอิง ร่วมก่อตั้งศาลเจ้าไต้ฮงกง ร่วมก่อตั้งมูลนิธิเทียนฟ้า ร่วมก่อตั้งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นผู้รณรงค์หาเงินเข้าสภากาชาดไทย รวมถึงได้บริจาคเงิน 10,000 บาทในการก่อสร้างโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และแม้แต่ช่วยเหลือผู้คนในประเทศจีนเมื่อครั้งเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ในแต้จิ๋วเมื่อปี 2461 ยี่กอฮงก็ได้ระดมเงินบริจาคจากเมืองไทยไปช่วยเหลือผู้คนที่ตกทุกข์ได้ยากในแผ่นดินจีน

ด้วยเหตุนี้ รัชกาลที่ ๖ จึงจึงโปรดเกล้าฯ พระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น “พระอนุวัฒน์ราชนิยม” รองหัวหมื่นกรมมหาดเล็ก และพระราชทานนามสกุลให้ว่า “เตชะวณิช”

ศาลพ่อปู่เจ้ายี่กอฮง3

แม้ในช่วงบั้นปลายชีวิตมีหวยหลวงเกิดขึ้น และได้มีการออกพระราชบัญญัติยกเลิกอากรสุรา ยาฝิ่น โรงหวย และบ่อนเบี้ย รวมไปถึงหวยกอขอ ยี่กอฮงติดเงินภาษีมากมายจนถูกฟ้องล้มละลาย ถูกยึดทรัพย์ไปเป็นของหลวงซึ่งรวมถึงบ้านและตึกแถวที่พลับพลาไชย แต่ด้วยคุณงามความดีที่เคยทำไว้ รัชกาลที่ ๖ จึงโปรดฯ ให้ยี่กอฮงอาศัยอยู่ในบ้านเดิมต่อไปจนตลอดชีวิต และยกหนี้คงค้างพระราชทานให้

ส่วนเหตุที่ทำไมจึงมีศาลของท่านอยู่บนสถานีตำรวจพลับพลาไชยได้นั้น เป็นเพราะหลังจากที่ท่านได้เสียชีวิตใน พ.ศ.2479 บริเวณบ้านเดิมของท่านก็ได้สร้างเป็นอาคารสถานีตำรวจพลับพลาไชยขึ้นแทนนั่นเอง และเพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อเจ้าของเดิม จึงได้สร้าง “ศาลพ่อปู่เจ้ายี่กอฮง” ไว้บนสถานีตำรวจพลับพลาไชยด้วยนั่นเอง

ศาลพ่อปู่เจ้ายี่กอฮง4

และด้วยความที่ท่านเคยเป็นเจ้าของโรงหวย กอขอ ก็ทำให้ผู้คนนิยมมากราบไหว้ท่านในเรื่องขอหวย ขอโชคลาภ และคนที่มากราบไหว้บนบานก็จะนำกาแฟดำมาถวาย รวมไปถึงหัวหมู ข้าวขาหมู ผลไม้ ยาเส้น เป็นต้น ใครที่สนใจไปไหว้ขอโชคลาภจากท่านแต่ไม่รู้ว่าต้องเตรียมอะไรบ้างก็ลองมองหาเครื่องไหว้จากร้านค้าแถวด้านหน้าสถานีตำรวจ ที่เขาจะจัดเตรียมไว้และแนะนำได้ว่าควรไหว้อย่างไร

มีเกร็ดสนุกๆ จากเว็บไซต์ศิลปวัฒนธรรมที่เล่าถึงท่านยี่กอฮงเมื่อครั้งเป็นเจ้าของโรงหวยว่าต้องมีการแก้เคล็ดจากบรรดาคอหวยที่ไปขอเลขเด็ดมาจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ โดยอยู่ในหนังสือ “กรุงเทพฯ เมื่อวานนี้” โดยกาญจนาคพันธุ์ เล่าว่า

ศาลพ่อปู่เจ้ายี่กอฮง5

“แต่ที่แปลกไปก็คือท่านเล่าถึงตัวท่านที่ต้องผจญกับผีต่างๆ ท่านว่ามีมันมารบกวนจนท่านต้องทําเครื่องเช่นให้ทุกวัน เพื่อมันจะได้ไม่ไปกินเครื่องเซ่นคนอื่น แล้วบอกหวยให้แก่เขา ท่านบอกว่า ท่านรู้วิธีที่เขาทําขอหวยกันทุกอย่าง แปลว่าท่านต้องผจญกับคนแทงหวยทั่วทั้งเมืองไทย

ข้างต้นข้าพเจ้าเล่าถึงคนไปขัดถูพระพุทธรูปนั้น เป็นพระพุทธรูปวัดร้างไม่มีพระสงฆ์ โบสถ์วิหารพังทิ้งตากแดดตากฝน วัดดีๆ ไปขัดถูไม่ได้ นอกจากเขาจะมีสั่นติ้ว พระพุทธรูปวัดร้างอย่างนี้ คุณพระท่านบอกว่า บางรายให้หวยคนถูกบ่อยก็มี คือถูกแล้วลือกันคนก็ไปขัดมาก

คุณพระท่านรู้ ท่านก็เล่าว่าต้องไปเซ่นแล้วเอาเหล็กตะปูไปตอกที่ขาหรือใต้บั้นเอว เป็นเคล็ดว่าขออย่าบอกหวยให้ใครเลย บางคราวไปตอกที่ต้นไม้”

แต่ทุกวันนี้ท่านยี่กอฮงไม่ได้ทำโรงหวยอีกต่อไป ท่านจึงไม่ต้องกังวลว่าบรรดาคอหวยจะได้เลขเด็ดมาเอารางวัลจากโรงหวยของท่าน ท่านจึงกลายเป็น “เทพเจ้าหวย” ของนักแสวงโชคจากตัวเลขไปโดยปริยาย ใครมีโอกาสผ่านไปแถวนั้นลองแวะไปชมและขอโชคลาภจากท่านกันดู โดยสามารถเข้าไปได้ที่อาคารสถานีตำรวจพลับพลาไชย กดลิฟท์ขึ้นไปที่ชั้น 4 ในเวลา 09.00-17.00 น. ส่วนจะได้เลขแม่นหรือไม่แม่นอย่างไรนั้นก็เป็นโชคดวงของแต่ละคน